ร้จักบล็อกประสาน

Leave a Comment


ร้จักบล็อกประสาน

บล็อคประสาน
 คือ วัสดุก่อสร้างรูปแบบใหม่ โดยผลิตจากส่วนผสมของดินลูกรังซึ่งเป็นดินปนทรายชนิดหนึ่งและมีอยู่ทั่วไปทุกภาคของประเทศ นำมาผสมกับปูนซีเมนต์และนํ้าในอัตราส่วนที่เหมาะสมคลุกเคล้า ให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปอัดเป็นก้อน และนําไปใชในงานก่อสร้างระบบผนังรับแรง อีกทั้งคุณสมบัติเด่นในการล็อกกันในตัวเองทำให้ก่อสร้างได้รวดเร็ว 


ความเป็นมาของบล็อกประสาน 
             นอกจากนี้บล็อกประสานที่ได้พัฒนาขึ้น
 เป็นระบบที่ล็อกกันในตัวเอง ทำให้ง่ายในการติดตั้ง 
 ไม่ต้องการแรงงานฝีมือมากนัก     จึงเป็นจุดเด่นคือ
สามารถนำไปใช้ทดแทนระบบก่อสร้างแบบมีเสาและ
คานที่ใช้อิฐมอญ และคอนกรีตบล็อกเป็นผนังได้เป็น
อย่างดี     ซึ่งผนังอิฐมอญและคอนกรีตบล็อกต้องใช้
แรงงานที่มีฝีมือ ซึ่งมีปัญหาขาดแคลนในปัจจุบัน ดัง
จะเห็นได้จากการก่อสร้างโครงการต่างๆ   ในปัจจุบัน
ช่วงเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างผนังฉาบปูนนี้จะใช้เวลา
ในการก่อสร้างนาน     และมีค่าใช้จ่ายในการควบคุม
งานสูงและการจ้างแรงงานฝีมือที่มีราคาแพง
          แม้จะมีการใช้งานได้ดีแต่ไม่เป็นที่แพร่หลาย
มากนัก  คือจะมีการใช้งานเฉพาะในชนบทที่ห่างไกล
ในองค์กรของรัฐในชนบท หรือสหกรณ์ท้องถิ่นบาง
แห่ง และทำเป็นกลุ่มชุมชนเล็กๆ เท่านั้นยังไม่มีการ
พัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง
        ผลิตภัณฑ์บล็อกประสานมีการใช้งานมานาน
แล้ว    แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเนื่องจากขาดการ
ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักต่อบุคคลทั่วไป ซึ่งจาก
การสำรวจความคิดเห็น พบว่าผู้ออกแบบ วิศวกร
และโฟร์แมน ส่วนน้อยมากที่รู้จักและเคยเห็นบล็อก
ประสาน อีกทั้งภูมิลำเนากลุ่มที่สำรวจอาศัยอยู่   ยัง
ไม่มีการใช้และไม่เคยเห็นผลิตภัณฑ์นี้มาก่อน  รวม
ทั้งร้านค้าวัสดุก่อสร้างต่างๆ ก็ยังไม่ทราบว่ามีผลิต
ภัณฑ์นี้ในตลาดมาก่อน ในแง่ทัศนคติด้านคุณสมบัติ
ของผลิตภัณฑ์จากผู้เคยใช้งานบางส่วน ยอมรับใน
คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์ แต่บางส่วนยังไม่มั่นใจ
ในด้านความสม่ำเสมอของตัวผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก
การขาดการควบคุมคุณภาพทีดี รวมถึงความสวยงาม
และคงทน
         นอกจากนี้จากการสอบถามความคิดเห็นผู้
ออกแบบ วิศวกร โฟร์แมนและบุคคลทั่วไปภายหลัง
จากทราบคุณสมบัติต่างๆ ของบล็อกประสาน พบว่า
มีความสนใจและอยากใช้ โดยมีปัจจัยในการพิจารณา
เลือกผลิตภัณฑ์สำหรับงานก่อสร้างคือ ความแข็งแรง
 ราคา และความรวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญ
         การใช้งานของบล็อกประสานมีรูปแบบที่จะใช้
งานนอกจากใช้แทนไม้ในต่างจังหวัดแล้ว ยังสามารถ
ใช้แทนก่อสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูนแบบเดิม     อีกทั้ง
พัฒนาไปใช้งานรูปแบบอื่นๆ เช่นรั้วบ้านที่สวยงาม
เป็นต้น จะเห็นได้ว่าบล็อกประสานเป็นผลิตภัณฑ์
ที่มีศักยภาพที่จะเติบโตด้านธุรกิจได้สูง โดยจำเป็นต้อง
มีการจัดการด้านธุรกิจที่ถูกต้อง และตรงตามความสนใจ
ของลูกค้า

        ลักษณะของบล็อกประสาน 
จะมีรูปทรงเป็นทรง
สี่เหลี่ยมที่มีลักษณะเด่นคือ ผนังรับแรงโดยบล็อก
ประสานแต่ละก้อนจะมีโครงสร้างที่สามารถประกอบ
และต่อเข้าด้วยกันได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องใช
ปูนซีเมนต์ช่วยในการก่อสร้าง ซึ่งมีผลทำให้การ
ทำงานรวดเร็วและไม่ต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญ
นอกจากนี้ในด้านความแข็งแรงก็ไมด้อยกว่า
ระบบการก่อสร้างแบบและคานโดยใช้อิฐฉาบ
ปูนเรียบเป็นผนัง  
        ข้อดีของบล็อกประสาน 
            1. สามารถก่อสร้างไดรวดเร็วกว่าระบบก่อสร้างแบบ
เสาและคานที่ใช้อิฐมอญเป็นผนัง ทําใหประหยัด
เวลาและลดต้นทุนได 
2. ต้นทุนการก่อสร้างต่ำกว่าการก่อสร้างระบบเสาและคาน
ที่ใช้อิฐมอญเป็นผนังเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เสาและคาน
3. มาตรฐานของงานก่อสร้างโดยบล็อกประสาน
จะใกล้เคียงกัน ซึ่งทําให้การควบคุมมาตรฐาน
งานได้สม่ำเสมอ
4. บล็อกประสานเป็นระบบการก่อสร้างที่ล็อก
กันในตัวเอง ทําให้สามารถทํางานได้ง่ายกว่า
 จึงไม่ต้องใข้แรงงานที่มีฝีมือสูง
5. กระบวนการผลิตบล็อกประสานไม่ทำลาย
สภาวะแวดล้อม
6. ควบคุมการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่
เกิดสภาวะขาดแคลนในฤดูฝน

ข้อด้อยของบล็อกประสาน
1. สีของบล็อกประสานแปรตามสภาพของดิน
เป็นหลัก ทำให้สีเปลี่ยนแปลงตามแหล่งดิน
2. สัดส่วนการผสมวัตถุดิบก่อนการอัดขึ้นรูปขึ้น
 แปรตามคุณภาพดินในแต่ละแหล่ง ทําใหการ
ควบคุมต้นทุนให้คงที่ทำได้ยาก
3. มีนํ้าหนักมากกว่าผนังอิฐมอญฉาบปูนเรียบ

โอกาสอื่นๆ ที่เกิดขึ้น
1. แรงงานที่มีฝีมือหายากขึ้นและค่าแรงสูง การ
ก่อสร้างโดยใช้บล็อกประสานทําให้ต้นทุนการ
ก่อสร้างลดลง และทําให้รวดเร็วกว่า
2. ลักษณะสังคมมีการเปลี่ยนแปลงจากการอยู่
ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญมาเป็นครอบครัวขนาด
เล็กทําใหเกิดความต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้น
ที่อยู่อาศัยที่สร้างด้วยบล็อกประสานจะมีราคา
ถูกกว่า จึงทําให้สนองความต้องการของผู้มี
รายได้น้อย แต่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
3. ในช่วงระยะเวลา 2 ปที่ผ่านมา ปริมาณบ้าน
ใหม่สําหรับรอขายในตลาดลดลงอย่างมาก แต
ความต้องการบ้านใหม่ยังคงมีอยู
4. ในอนาคตเมื่อกฎหมายเอสโครวบังคับใช
ทําให้ผู้บริโภคต้องผ่อนดาวนค่าบ้านผ่านสถาบัน
แทนเจ้าของโครงการส่งผลให้เจ้าของโครงการ
มีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจึงต้องหันมาใช
ระบบก่อสร้างที่สะดวกรวดเร็ว เพื่อให้งานเสร็จ
เร็วขึ้น และสามารถผ่อนบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น
5. ปริมาณไม้ในประเทศมีน้อยลง จําเป็นต้องหา
วัสดุอื่นทดแทนในการก่อสร้าง

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น